TOP

อุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีจึงยึดหลักของกระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมมาเป็นมาตรฐาน

7

อุตสาหกรรมแยกประเภทโดยถือเกณฑ์อื่น ๆ ได้อีก เช่น แยกประเภทอุตสาหกรรม ตามลักษณะการใช้ แบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมสินค้าทุน และอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค แยกประเภทโดยคำนึงถึงลัษณะสภาพของผลิตภัณฑ์ แบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมประเภทถาวร ประเภทกึ่งถาวร และประเภทไม่ถาวร ฯลฯ แต่การแบ่งประเภทอุตสาหกรรมในลักษณะดังกล่าว มีการอ้างถึงน้อย ดังนั้น การผลิตเครื่องประดับจัดอยู่ในประเภทของอุตสาหกรรมทั้งหมดที่กล่าวมา เพราะในปัจจุบันเครื่องประดับมีการผลิตทั้งที่เป็น อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำการผลิตในระบบ อุตสาหกรรม หรือกระทั่งมีการผลิตกันเองภายในครอบครัว ซึ่งจัดอยู่ในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก

อุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณี จึงยึดหลักของกระบวนการผลิต ในระบบอุตสาหกรรมมาเป็นมาตรฐานและแนวทางในการผลิตเครื่องประดับเพื่อที่จะผลิตเครื่องประดับที่มีคุณภาพและถูกต้องตามมาตรฐานในระบบอุตสาหกรรมปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยยังไม่หลุดพ้นภาวะถดถอย ตลาดการค้าเครื่องประดับเริ่ม มีการขยายตัวในอัตราต่ำ นักวิเคราะห์และคนในวงการตลาดค้าเครื่องประดับและอัญมณีของไทย ได้แสดงความเห็นและคาดการณ์แนวโน้มเครื่องประดับอัญมณีไทย ที่จะเกิดขึ้นไปจนถึงสิ้นปี 2011 และ ในปีต่อไป ในด้าน พฤติกรรมผู้บริโภค ภาวะตลาดค้าปลีก ช่องทางจัดจำหน่าย จำนวนผู้ประกอบการ และ สินค้าเครื่องประดับกลุ่มใหม่ สรุปได้ ดังนี้

ปัจจุบันผู้บริโภคไทยยังไม่ผ่านมรสุมเศรษฐกิจตกต่ำของไทย ภาวะดังกล่าวได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภค จากที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไปเป็นแบบใช้จ่ายประหยัด ซื้อหาสินค้าราคาย่อมเยา หรือกล่าวได้ว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความเคยชินกับการใช้จ่ายแบบประหยัด เป็นนิสัยไปแล้ว ซึ่งนักออกแบบเครื่องปรดับมีความเชื่อว่า ภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคแบบฟุ่มเฟือยหรือมือเติบเช่นในช่วงปี 2545-2550 จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ในเรื่องของวัสดุในการผลิตที่ถูกลง ผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคตของไทย จะซื้อเครื่องประดับที่มีราคาระดับกลางหรือราคาย่อมเยา ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคไทยจะขายเครื่องประดับราคาแพงที่เก็บหรือสะสมไว้ เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่าย และซื้อเครื่องประดับในราคาที่ย่อมเยา

ปัจจุบันตลาดค้าปลีกเครื่องประดับและอัญมณีของไทย ในหมวดของเครื่องประดับเทียม ยังขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโบ๊เบ๊,ประตูน้ำ,สำเพ็ง,วงเวียนใหญ่ ผู้นำตลาดค้าปลีกเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของไทย และร้านค้ามากมายทั่วประเทศ ภาวะยอดขายกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเปิดร้านสาขาเพิ่มเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่วงการ ค้าปลีกเครื่องประดับกำลังจับตามอง และถูกวิพากวิจารณ์ อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหากสถานะการค้าของร้านเครื่องประดับราคาแพงเลวร้ายลงไปอีก จะส่งผลกระทบต่อตลาดค้าเครื่องประดับราคาถูกเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของยอดขายที่คนซื้อไทยนิยมของราคาไม่แพง

Read More
TOP

ในปีนี้ตลาดเครื่องประดับของไทยจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงปีที่ผ่านมาการส่งออกเครื่องประดับของไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ทำให้ตลาดมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท โดยการขยายตัวดังกล่าวเกิดจากการที่นักลงทุนหันมาเก็งกำไรและลงทุนกับทองมากขึ้น ส่วนการส่งออกเฉพาะสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่นับรวมทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป กลับหดตัวลงร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่นับรวมทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปของไทยถดถอยลงอย่างเด่นชัดนับตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าวจวบจนปัจจุบัน

ยิ่งเศรษฐกิจโลกเกิดปัญหาจึงทำให้ผู้บริโภคชาวต่างชาติหันไปซื้อสินค้าเครื่องประดับที่ราคาไม่แพง ส่งผลให้ตลาดเครื่องประดับของไทยประสบปัญหาขาดแคลนรายได้ อีกทั้งการปรับตัวของราคาเงินและทองคำซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องประดับมีราคาที่สูงขึ้น และมีราคาขึ้นลงตลอดเวลา จึงทำให้เครื่องประดับไทยต้องขึ้นราคาตามไปด้วย

ทางด้านผู้ประกอบการเองต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา หากไม่เร่งปรับปรุงกลยุทธ์ก็อาจจะยิ่งส่งผลร้ายต่อกิจการมากขึ้นก็เป็นไปได้นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายก็มุ่งขยายจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องประดับอัญมณีกลุ่มกลาง-สูง (Medium-High End) ให้กับแบรนด์ระดับโลก มาเป็นบริษัทแบรนด์เครื่องประดับโลก (World Class Jewelry Brand Company) ซึ่งมีฐานการจัดจำหน่ายและค้าปลีกกระจายไปตามภูมิภาคที่สำคัญของโลกเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ได้มีการส่งเสริมในด้านการยกเลิกเก็บภาษีวัตถุดิบ โดยเหลือเพียงการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละละ 1 เท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนต่ำลง และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ นอกจากนี้ภาครัฐยังเร่งเปิดตลาดให้กับผู้ประกอบการชาวไทยด้วย

อีกไม่นานคาดว่าตลาดเครื่องประดับของไทยน่าจะมีการเติบโตขึ้นอีกหลายเท่าหลังจากที่ประสบปัญหาต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบที่สูงมานาน โดยคาดว่าเครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับเทียมจะยังคงมีโอกาสขยายตัวได้ระดับหนึ่ง เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำที่ยังคงชื่นชอบการแต่งตัวได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยราคาถูกกว่าเครื่องประดับทอง อีกทั้งยังมีตลาดต่างประเทศที่สำคัญเปิดรับผู้ประกอบการชาวไทย

Read More
TOP

แฟชั่นไอเทมที่กลายเป็นสไตล์แห่งความร่วมสมัยไร้กาลเวลา

แม้การขับเคลื่อนในวงการแฟชั่นระดับโลกจะหมุนไปเร็วเท่าใด แต่มีบางสิ่งที่ไม่เคยหมุนตาม และนี่คือประเด็นที่เราจะหยิบยกมาเป็นเรื่องราวในฉบับนี้กันค่ะ เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนฤดูกาลเรามักจะได้เห็นความสดใหม่ของดีไซน์ สไตล์ทันสมัยที่สร้างความประหลาดใจให้เราเสมอบนรันเวย์โชว์ระดับโลกหรือแม้แต่ในภาพยนตร์ ซีรี่ย์เรื่องดังที่นำแฟชั่นมาผสมผสานจนกลายเป็น Must Have ประจำซีซั่นนั้นๆ โลกแห่งแฟชั่นปัจจุบันจึงยังคงถวิลหาความคลาสสิก จนทำให้แฟชั่นไอเทมบางชิ้นกลายเป็นสไตล์แห่งความร่วมสมัยไร้กาลเวลา

1. Little Black Dress
ต้นกำเนิดของ Little Black Dress หรือ LBD หนึ่งใน Must Have ชิ้นสำคัญของตู้เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงทุกคนบนโลกนั้นมาจากแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่นาม โคโค ชาเนล หญิงสาวผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นกว่าหนึ่งร้อยปีก่อน ในยุค 20’s ชาเนลได้นำชุดเดรสสีดำลงในโว้ค ฉบับอเมริกา ด้วยเหตุผลที่ว่าสวมใส่ง่าย สามารถใส่ได้ทุกโอกาส ทุกเวลา นับตั้งแต่นาทีนั้นวงการแฟชั่นโลกต้องบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที จนมาถึงในยุคปัจจุบันแม้แฟชั่นดีไซเนอร์จะเนรมิตความล้ำนำเทรนด์มากมายแค่ไหน แต่หนึ่งในคอลเลกชั่นนั้นมักจะมี Little Black Dress อยู่ในผลงานล่าสุดเสมอ ชุดเดรสสีดำจึงกลายเป็นผลงานสุดคลาสสิกที่วงการแฟชั่นได้สร้างไว้ให้แก่คนรุ่นหลังแบบไร้กาลเวลาอย่างแท้จริง

2. High Heels
“เมื่อคุณสวมรองเท้าส้นสูงคุณจะเปลี่ยนไปในทันที” Manolo Blahnik แฟชั่นดีไซเนอร์คนดังที่ประสบความสำเร็จด้วยการออกแบบรองเท้าส้นสูงหลากสไตล์ จนกลายเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ทั่วโลกได้ให้ข้อคิดแก่พวกเธอสำหรับการมีรองเท้าส้นสูงแสนสวยสักคู่ไว้ในครอบครอง ข้อดีอันดับแรกในการเป็นเจ้าของรองเท้าส้นสูงคุณภาพดีคือมันสามารถดูดีได้ในทุกชุดที่สวมใส่ ขาคุณจะแลดูเพรียวยาวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและมันยังบ่งบอกถึงรสนิยมอันล้ำค่าของตัวคุณเอง รองเท้าส้นสูงมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศสปี 1500 เพราะในสมัยนั้นเชื่อว่ารองเท้าส้นสูงคือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งก่อนจะสูญหายไปเนื่องจากการปฏิวัติฝรั่งเศส แล้วรองเท้าส้นสูงก็กลับมาผงาดบนเรียวเท้าของหญิงสาวอีกครั้งมาจนปัจจุบัน

3. Jeans
ในยุคเก่าก่อน “ยีนส์” อาจเป็นแฟชั่นสำหรับคนงานทำเหมืองที่ต้องการกางเกงที่ทนต่อทุกสภาวะแวดล้อม แต่ในยุคนี้กางเกงผ้าฝ้ายหยาบสีฟ้า – น้ำเงิน ถูกนำมาปรับโฉมใหม่ให้สวมใส่สบายและเหมาะกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ยิ่งในปัจจุบันการจะเป็นเจ้าของกางเกงสักหนึ่งตัวเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย เพราะในตลาดแฟชั่นต่างแข่งขันกันดัดแปลงยีนส์เพื่อนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระโปรงหรือแม้แต่นำมาตัดเย็บเป็นกระเป๋า รวมทั้งการผสานวัสดุต่างๆ นวัตกรรมการขัด ฟอก สีของยีนส์ให้กลายเป็นแฟชั่นมากขึ้น แล้วทำไมเราถึงจะไม่ต้องการแค่เป็นเจ้าของกางเกงยีนส์สวมใส่สบายและเหมาะกับรูปร่างล่ะ เชื่อเราเถอะค่ะว่ากางเกงยีนส์นี้จะเป็นแฟชั่นไอเทมที่คงอยู่ตลอดกาลอย่างแน่นอน

4. White Shirt
เสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นก็เป็นแฟชั่นที่มาจากโคโค ชาเนลอีกเช่นกัน ในยุคก่อนผู้หญิงจะนิยมสวมคอร์เซ็ตรัดรึงรูปทรงให้เข้าที่ นั่นทำให้พวกเธอแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว แล้วโคโค ชาเนลก็ได้โยนคอร์เซ็ตอันแสนอึดอัดรัดติ้วทิ้งไว้เบื้องหลัง แทนที่ด้วยการตัดเย็บเสื้อเชิ้ตสวมใส่สบายมาไว้เบื้องหน้าแทนชุดสุดทรมาน เพราะเธอเชื่อว่าการผู้หญิงที่ต้องไปทำงานนั้นควรสวมใส่อะไรที่สบายตัวไม่ใช่ชุดแน่นๆ แบบนี้ และนี่ก็เป็นที่มาของการที่ผู้หญิงเลือกจะสวมเสื้อเชิ้ตเพื่อความคล่องแคล่ว การมีเชิ้ตสีขาว คัตติ้งเยี่ยมสักตัวนับสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราควรจะมีไว้จริงๆ เพราะไม่ว่าเวลาไหนคุณก็สามารถหยิบเชิ้ตมาแมตช์ลุคกับชิ้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ กระโปรง กางเกงขาสั้นหรือกางเกงทำงานได้อย่างลงตัวค่ะ

5. Pencil Skirt

หลายสิ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 20 ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความคิดหรือแฟชั่น บทบาทของ “กระโปรง” ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่กลายสัญลักษณ์สำคัญของผู้หญิงในยุคทเวนตี้ แม้ยุคก่อนหน้าผู้หญิงจะสวมกระโปรงแบบสุ่มเป็นแฟชั่นประจำกาย แต่กระโปรงสั้นกลับได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 20 เพราะผู้หญิงหันมาใส่กระโปรงสั้นทรงดินสอเป็นครั้งแรกเพราะทุกคนต้องทำงานนอกบ้าน กระโปรงนี้จึงเป็นแฟชั่นทางเลือกเพื่อความคล่องตัว มาในปัจจุบันพัฒนการของดีไซน์กระโปรงมีมากมายจนเลือกไม่ถูก แต่ทรงกระโปรงที่ผู้หญิงควรเป็นเจ้าของคือทรงดินสอนี่แหละ ที่สามารถเข้ากันได้ดีกับทุกรูปร่าง ทุกกาลเทศะและทุกโอกาส มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่ายแถมยังเสริมให้รูปร่างเราดูดีขึ้นทันตาเชียวล่ะ

6. Trench Coat
ตัวเก่งประจำตู้เสื้อผ้าสำหรับสาวเมืองหนาว Trench Coat ถือเป็นคลาสสิกไอเทมอีกชิ้นที่เป็นแฟชั่นสารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะใส่ไว้กันอุณหภูมิที่หนาวเหน็บ กันลมเย็นกระทบผิวกายหรือแม้แต่กันฝนพรำ สไตล์ของเทร้นช์ โค๊ตจะมีลักษณะเป็นเสื้อคลุม ยาวระดับเข่า มีสายผูกเอวและกระดุม 2 แถว โทนสีเบจหรือสีดำ แต่ปัจจุบันเราสามารถเลือกความเก๋ไก๋ได้หลายระดับ โดยเฉพาะแบรนด์ดังที่สร้างสรรค์สไตล์ของเสื้อโค๊ตตัวยาวในทุกฤดูกาล แบรนด์เก่าแก่ที่มีเทร้นช์โค๊ตตั้งแต่ยุค 80’s เห็นจะเป็น Burberry แบรนด์ดังสัญชาติอังกฤษที่ออกแบบเสื้อคลุมนี้ในยุคเริ่มแรก ซึ่งเรียกว่า Original Trench สาวไทยอย่างเราก็ได้แต่มองด้วยความอิจฉาแต่ถ้าคุณมาดมั่นพอก็หยิบเทร้นช์โค๊ตตัวสวยมาสวมใส่ในฤดูหนาวบ้านเราก็เชิญตามสบายค่ะ

7. A Quality Leather Bag
อีกหนึ่งความคลาสสิกร่วมสมัยที่บ่งบอกถึงรสนิยม ความมีสไตล์และระดับความหรูหราของผู้ใช้ “กระเป๋า” สำหรับไอเทมนี้ถือเป็นปัจจัยที่ห้าของผู้หญิงไปแล้วค่ะ ความนิยมของกระเป๋านั้นเริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สมัยนั้นกระเป๋ายังเป็นแบบคาดเอว โดยผลิตจากวัสดุที่เป็นหนังสัตว์ ยิ่งมีคุณภาพตัดเย็บและราคาแพงมากเท่าไหร่นั่นบ่งบอกถึงฐานะและความสูงศักดิ์โดยดูได้จากกระเป๋าคาดเอวนี่แหละค่ะ เมื่อในยุคของกระเป๋าถือเริ่มเฟื่องฟู แบรนด์เนมระดับโลกต่างก็พร้อมใจผลิตกระเป๋าถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมอยู่ในคอลเลกชั่น โดยผลิตจากวัสดุหนังสัตว์ชั้นดี คุณภาพเลิศ นับแต่นั้นกระเป๋าจึงไม่ใช่สิ่งของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป การเป็นเจ้าของกระเป๋าถือแบรนด์ดังสักใบไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเชิดหน้าชูตาแต่ยังรวมไปถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน เพราะกระเป๋าแบรนด์เนมมักจะนิยมใช้วัสดุคุณภาพสูง ตัดเย็บด้วยมือ ดีไซน์ร่วมสมัยใช้ได้ตลอดทุกยุคทุกสมัย แค่คุณหยิบออกมาใช้ก็คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไปแล้วค่ะ

Read More
TOP

เมื่อการตลาดเปลี่ยนโลกแห่งวงการแฟชั่น

ภาพการเยื้องย่างของนางแบบ นายแบบบนแคทวอล์ค มักทำให้คนจินตนาการไปถึงการเดินแฟชั่นโชว์ของห้องเสื้อ หรือดีไซเนอร์ชั้นนำ และบ่อยครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์ ความหรูหรา เสน่ห์ และลีลาของแฟชั่นได้กลายเป็นองค์ประ- กอบสำคัญที่ผลักดันให้เราเสียเงินเพื่อซื้อหาเสื้อผ้าอาภรณ์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความจำเป็น ต้องใช้มันจริงๆ แม้ธุรกิจแฟชั่นจะสร้างมูลค่าจนสามารถผลิดอกออกผลได้อย่างมหาศาล แต่ถ้าจะทำความเข้าใจอุตสาหกรรม แฟชั่น กันให้ลึกซึ้งจริงๆ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหยั่งถึงได้ในเวลาสั้นๆ เพราะเสื้อผ้าเมื่อผลิตเสร็จออกจาก โรงงาน มันก็เป็น เพียงสิ่งที่มีไว้เพื่อสวมใส่เท่านั้น แต่ทันทีที่นักการตลาดเอื้อมมือไปจับต้องเสื้อผ้าธรรมดา มันก็จะกลายเป็น “แฟชั่น” ทันที

ทุกวันนี้ หลายคนอาจมองอุตสาหกรรม “แฟชั่น” ว่าไม่ใช่เรื่องของความต้องการพื้นฐาน (หรือปัจจัยสี่) โดยตรงที เดียวนัก แต่มันก็เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ประมาณได้ว่าเงินที่ถูกใช้ไปเพื่อเสื้อผ้า-รองเท้าทั่วโลกตกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

ทั้งนี้สินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องหนังจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 42% ของยอดขาย ขณะที่น้ำหอมและเครื่องสำอาง ซึ่งมักจะขายโดยอาศัยชื่อแฟชั่นดีไซเนอร์ จะครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 37% นาฬิกาและเครื่องประดับจะครองส่วนแบ่งที่เหลือ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มหาศาลนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคนิคทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ที่ซับซ้อน จึงนับเป็น เรื่องคุ้มค่ากับการเข้าไปตรวจสอบดูว่าอุตสาหกรรมนี้มันมีกลไกขับเคลื่อนอย่างไร หลายคนมองว่า เสื้อผ้าและเครื่องประดับคือภาพสะท้อนตัวตนของผู้คนในสังคม “เรารู้สึกกับตัวเราอย่างไร” “ปรารถนาให้คนอื่นมีพฤติกรรมต่อเราอย่างไร” แฟชั่นสามารถสื่อสารความต้องการนั้นออกมาได้

เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่เราจะให้คำจำกัดความของคำว่า “แฟชั่น” เพราะคำๆ นี้มีความหมายกว้างไกลเกินกว่าจะจำกัด ความได้ในตัวของมันเอง คุณภาณุ อิงคะวัต แห่งแบรนด์เกรย์ฮาวด์ มองว่า แฟชั่นคือ “เทรนด์” ” แฟชั่น คือ กระแสนิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นมาจากกระแสสังคม การกิน การอยู่ การใช้คำพูด เสื้อผ้า เพียงแต่คนทั่วไปมักเอาคำว่าแฟชั่นมารวมกับเสื้อผ้ากันเยอะ แต่จริงๆ แล้วแฟชั่นมันก็คือ เทรนด์ นั่นเอง”

“แฟชั่นไม่ได้มีความหมายเดียวตายตัว แต่จะแตกต่างกันไปสำหรับคนแต่ละกลุ่ม แต่ละช่วงเวลา แต่ละสถานที่หรือ บริบท ยกตัวอย่างเช่น เด็กวัยรุ่นในกรุงเทพฯ กับ แม่บ้านอาศัยอยู่ต่างจังหวัด ในระดับประเทศหรือสังคม แฟชั่นเป็น มากกว่าเสื้อผ้า มันหมายถึง วิถีการดำรงชีวิต การบริโภค มุมมอง ไม่ได้เป็นแค่เสื้อผ้า มันสามารถเป็นรถยนต์ โทรศัพท์และอื่นๆ อีก”

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะธุรกิจนี้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยน แปลงครั้งสำคัญ สาเหตุประการแรกคือ อุตสาหกรรมนี้ยังคงต่อสู้กับผลกระทบของข้อบังคับด้านการค้า เกี่ยวกับสิ่งทอในเดือนมกราคม ปี 2005 ความขัดแย้งเรื่องโควต้าที่มีมายาวนาน ส่งผลให้จีนซึ่งเป็นผู้นำในตลาดสิ่งทอสามารถเพิ่มปริมาณการส่ง ออกกดดันให้ราคาสิ่งทอต่ำลงไปอีก ซึ่งแฟชั่นแบรนด์ก็น่าที่จะยกผลประโยชน์นี้ให้ผู้บริโภค เพื่อสามารถซื้อสินค้าได้ ในราคาที่ถูกลง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้ว่าหลายๆแบรนด์จะสามารถทำธุรกิจได้แบบมีกำไรมากขึ้นด้วย ร้านเสื้อผ้าแบบ Chain Stores อาจจะสูญเสียยอดขายไปบ้าง เพราะร้านประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตหันมาพัฒนาเสื้อผ้า ราคาถูกขาย และช่องว่างระหว่าง แฟชั่นแบรนด์ ที่มีมูลค่าเพิ่ม กับ Everyday Clothing ก็ดูเหมือนจะเห็นชัดเจนขึ้น ทุกวัน ดังนั้นแล้ว จินตนาการและการสร้างสรรค์ด้านการตลาดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ในการสร้างรัศมีความพิเศษให้ กับแบรนด์ต่างๆในทุกวันนี้ แฟชั่นอาจดูเหมือนเป็นธุรกิจที่มีอายุสั้น แต่ก็เป็นธุรกิจที่ซับซ้อนและน่าหลงใหลไม่สิ้นสุด แฟชั่นเปลี่ยนเสื้อผ้าธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งที่ลึกลับ เปี่ยมด้วยพลัง และมีเนื้อหามากมายซ่อนอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ยงเป็นอมตะก็คือ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจแฟชั่นระดับไหน หรือตั้งใจจะขายใคร มันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ทั้งสิ้น ดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่ได้รับการชื่นชมว่าไอเดียบรรเจิด ฝีมือสุดยอด ครั้งหนึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนั่ง ทำงานให้กับกลุ่มธุรกิจแฟชั่นระดับโลกไม่กี่กลุ่ม เสื้อผ้าที่ดีไซเนอร์เหล่านี้ผลิตออกไปจะไม่มีความหมายใดเลย หากไม่สามารถสร้างยอดขายให้กระเป๋า แว่นตา และน้ำหอมภายใต้แบรนด์เดียวกันด้วย

Read More
TOP

โอกาสทางการตลาดธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านทาง Facebook

โอกาสก้อนโตสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เล็งเห็นช่องทางและศักยภาพในการตอบสนองต่อแนวโน้มดังกล่าวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการตลาดที่เกิดจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและ lifestyle ของผู้บริโภค เหล่านี้ถือเป็นสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ SMEs ต้องให้ความสำคัญและจะมีผลกระทบต่อ business model ในอนาคต แนวโน้มที่สำคัญอย่างแรกคือ โอกาสที่เกิดจากวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ (social network) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ปัจจุบันเราได้เห็นการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะ social network ยอดฮิตอย่าง Facebook และ Twitter ในเชิงธุรกิจกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มยอดขาย

ธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านทาง Facebook ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยพบว่าปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการ Facebook ในไทยมากถึงกว่า 11 ล้านคน ซึ่งนับว่ามากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “digital lifestyle” และโลกออนไลน์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว ทั้งนี้ แม้ว่าการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์อาจจะยังไม่ใช่ตลาดหลักในปัจจุบันแต่ก็ไม่ใช่ตลาดที่จะสามารถมองข้ามได้อีกต่อไป โดยพบว่าหนึ่งในธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากในไทยคือ ธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มมีการแข่งขันในธุรกิจประเภทนี้สูงมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่ายังคงมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมากในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีที่มีราคาไม่สูงมากนัก เพราะนอกจากช่องทางนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากโดยไม่จำกัดสถานที่และเวลาแล้ว ผู้ประกอบการยังไม่ต้องมีต้นทุนในการเปิดร้านหรือเช่าร้าน รวมทั้งต้นทุนในการสต็อกสินค้าเพื่อโชว์ที่หน้าร้านอีกด้วย ขณะที่งบโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ก็ยังนับว่าถูกกว่าการโฆษณาผ่านช่องทางปกติค่อนข้างมาก ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงความนิยมและความสำเร็จของช่องทางขายเสื้อผ้าออนไลน์ของผู้ประกอบการ SMEs คือ จำนวนกด “like” โดยพบว่า SMEs ไทยรายหนึ่งที่ขายเสื้อผ้าผ่านทาง Facebook มียอดกด like จาก fan page สูง ถึงกว่า 1 ล้าน like แล้ว เทียบกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังอีกรายที่มียอดกด like เพียง 6 พันกว่ารายเท่านั้น!

หรือแม้แต่การใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาและเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นของผู้บริโภคชาวจีนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ จากรายงานการวิจัยทางการตลาดที่สำรวจกลุ่มคนชั้นกลางที่มีอายุระหว่าง 20 – 45 ปี จำนวน 1,200 คน ระบุว่า กลุ่มสำรวจถึงร้อยละ 30 มีความถี่ในการค้นหาข้อมูลสินค้าแบรนด์เนมบนอินเตอร์เน็ตมากกว่า 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่า การเลือกซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นมีราคาถูกกว่า มีความสะดวกในการเปรียบเทียบสินค้า รวมทั้งยังช่วยประหยัดเวลาเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกซื้อสินค้าทางช่องทางปกติอีกด้วย

Read More